Solyar Dominica...'s profileºO •°o.O O.o°• Solyar's ...PhotosBlogListsMore Tools Help

Saintsolyar darkness

Occupation
Location
Interests
ดีค่าทุกคน อย่าใส่ใจกับอะไรก้ตามในบล๊อคของเราเลยนะ... เพราะถ้าเก็บไปคิด อาจจะเอาไปนอนฝันร้ายได้ แหะๆ มิ้ววววว >.<
( Solyar is able to communicate in Thai,English, German and ภาษามิ้ว - -*)
ขอบคุณสำหรับการเข้าเยี่ยมชม!
Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.

ºO •°o.O O.o°• Solyar's I)iArY ¨°o.O O.o°

••·.·´¯`·.·•ஐSonatina Destinyஐ•·.·´¯`·.-••
Photo 1 of 30
October 24

ปิดเทอม

ปิดเทอม ที่กำลังจะหมดไป
ถามว่าทำอะไร
ถ้านอกจาก นอน กิน เล่นเกม กิน นอน เล่นเกม นอน กิน กินๆ นอนๆ แล้วล่ะก็
 
คงไม่พ้นการเปลี่ยนบรรยากาศ การหาที่นอน และ ที่กิน กับเพื่อนๆ เป็นแน่
 
เริ่มต้นด้วยการไปค้างบ้านเพื่อน  นอนบ้านมัน เล่นเกมบ้านมัน กินบ้านมัน แทนบ้านเรา
อ๊ะๆ ไม่นะ
มันไม่เหมือน กินบ้านตัวเอง นอนบ้านตัวเอง เล่นเกมบ้านตัวเองนะ!
 
แล้วก็ไปงานสัฟดาห์หนังสือ ที่ไม่ได้ไปหาหนังสือ แต่ไปเจอเพื่อน
แล้วก็ กินๆ นัดเจอใครๆ ก็นัดกันกิน
ชวนทำอย่างอื่น ก็ไม่เอา จะกิน
และแล้ว ปิดเทอมที่ผ่านมา ( ยังไม่ผ่านแต่ก็ใกล้แล้วล่ะ )
ก็จบลงด้วยการ กิน นอน เล่นเกมบ้านตัวเอง และ กิน บ้านเพื่อนมั่งข้างนอกมั่ง นอนบ้านเพื่อน และ เล่นเกมบ้านเพื่อน
 
เอวังด้วยประการ ละชะนี้~
 
ปล. ก็มีวันนี้ไปถ่ายรูปมากะมายสวี้ทมายฮันหนี หุหุ ดูกันเองเองนะจ๊ะ XD กรี้ด อาย~
----
แถม
ห๊ะ ...... นี่มันอะไร๊
shutter
 
 
July 26

ระบาย

 ถึงจะเศร้าจะเสียใจยังไง
เรื่องที่ผ่านไปแล้ว ก็กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้อยู่ดี
-
แต่ถ้าจะให้ลืมไปเลยอย่างไร้ความหมาย
ก็คงจะทำแบบนั้นไม่ได้หรอก
เพราะยังไง มันก็เป็นอดีตของเรานี่นะ
-
จากนี้ไปก็คงต้องพยายาม
ทำวันนี้ พรุ่งนี้ มะรืน และต่อๆ ไป
ก้ทำได้แค่พยายามนี่เนอะ
-
สัญญาไม่ได้หรอก ว่าจะทำให้ดี
สัญญาไม่ได้หรอกว่าจะทำแต่ สิ่งที่ถูก
เพราะสิ่งที่เราเคยคิดว่าดี ว่า ถูกต้อง
บางทีมันก็ผิด
ในหลายๆ เรื่อง
ก็เลยบอกได้แค่ ว่าจะพยายาม
อย่างน้อย
นั่นก็เป็นสิ่งเดียวที่เราทำได้
 
-
 
เรื่องหลายๆเรื่อง
วันหลายๆ วัน
อะไรต่อมิอะไร
บางทีมันก็ไม่มีเหตุผล และไม่ยุติธรรมเอาซะเล๊ยยย
น่าเซ็งอยู่
ทั้งๆ ที่คิดว่าทำดีแล้ว
มันก็ไม่ดีซักที
เอาอะไรกะตรูวะ...
-
เราก็เป็นแค่ คน คนหนึ่ง
มีสองมือ สองเท้า และหนึ่งหัวใจ
บางที คิดหน่อยก็ดีนะ
ถึงเราจะเข้มแข็ง
และเหมือนจะผ่านอะไรต่ออะไรไปได้ อย่างสบายๆ
แต่เราก็คนนะ
มีชีวิต มีจิตใจ
ขอบคุณนะ ที่เห็นเราเป็นคนเก่ง
แต่ไม่ต้องฆ่ากันทางอ้อมแบบนี้ก็ได้
เราก็ตายแบบที่คนธรรมดาตายเหมือนๆ กันนั่นแหละ
ไม่ได้จะเข้มแข็งกว่าใคร
...
 
บ่นจบแล้ว
ไม่เข้าใจละสิ
งงต่อไป
.
.
.
จบจ๊ะ
 
 
 
July 15

เรื่องผีๆ

แว่บเข้าไปในบอร์ดประจำแล้ว แฮ๊บ ของดีติดมือมาได้
หวังว่าคงช่วยให้ หลายๆ คนหายกลัว สิ่งลี้ลับนะจ๊ะ
จะนำไปใช้จริงก็ได้ไม่ว่ากันเน้อ
 
อุอุ
 
 
เคล็ดลับที่จะไม่โดนผีหลอก

• อย่านอนเตียงที่มีใต้เตียงโล่ง ถ้ากลัวมากๆก็ให้ไปนอนใต้เตียงแทน ปล่อยผีนอนบนเตียงไป
• ถ้ากลัวผีช่องแอร์ให้เปิดหน้าต่างนอน ให้กระสือมาหลอกแทน
• ถ้ากลัวไฟปิดเปิดเองได้ ให้ถอดหลอดไฟออกทุกดวง เช่นเดียวกับก๊อกน้ำเปิดเอง ก็ให้เปิดมันทิ้งไว้เลย
• ถ้าอยู่ดีๆได้กลิ่นธูป ให้คว้าการบูนมาดม
• ถ้าอยู่ดีๆได้ยินเสียงเพลงไทย ให้เอา ipod มาเปิด hiphop ฟัง
• ถ้าอยู่ดีๆ ได้ยินเสียงเด็กหรือผู้หญิงร้องไห้ ให้ลุกขึ้นมาปลอบใจผี
• ถ้าเพื่อนโดนผีเข้า ให้เมินมันแล้วไปนอน พอไม่มีใครสนใจผีก็จะเซ็งออกไปเอง
• ถ้ามีเงาอะไรผ่านหน้าต่างไป ให้ไปยืนแถว ๆ หน้าต่าง ทำเงาผ่านย้อนไปบ้าง
• ถ้ากลัวจะมีใครมายืนอยู่ปลายเตียง ก็ให้นอนเอาหัวมาไว้ปลายเตียง (ดูซิจะไปยืนไหน)
• ถ้าผีมาขอส่วนบุญ ให้ถามว่าสามารถโอนเข้าบัญชีได้ที่วัดไหน สาขาอะไร รับบัตรเครดิตหรือเปล่า?
• ถ้าผีจะมาให้หวย ให้บอกไปว่า "รับขนมจีบ ซาลาเปาเพิ่มไหมคะ? โอกาสหน้ามาใหม่นะคะ"
• ถ้าผีจะตามกลับไปอยู่ที่บ้าน บอกให้ผีไปทำเรื่องย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านในฐานะผู้อยู่อาศัย ให้ถูกต้องตามกฏหมายเสียก่อน
• ถ้าไปแถวพัทยา อย่าลืมเอา Dict ไปด้วย เพราะอาจเจอผีฝรั่ง
• ถ้าเปิดทีวีแล้วเจอภาพบ่อน้ำ ให้เอาทีวีไปวางบนขอบระเบียง (ในกรณีที่เป็นชั้น 3 ขึ้นไป) ผีที่คลานออกมาจากทีวีจะตกระเบียงตายเอง
• ถ้าอยู่ดีๆน้ำฝักบัวที่อาบกลายเป็นเลือด ให้เอาถุงมารอง แล้วนำเลือดไปขายตามโรงพยาบาล
• ถ้าอยู่ดีๆภาพหน้าตัวเองในกระจกเป็นหน้าผี อย่าตกใจ ให้รีบหาสีเมจิกมา1แท่ง แล้วเติมหนวดลงไปในกระจก
• ถ้าไม่อยากเสี่ยงกับผีในตู้เสื้อผ้า เขียนป้ายแปะไว้ว่า "ที่หมานอน"
• กลัวผีนั่งทับตัวกลางดึก ให้นอนคว่ำหน้า (ถ้าคิดว่าจะหายใจไม่ออก ให้ใส่ถังสกูบ้านอน) หลังจากนี้ต่อให้ผีมานั่งทับก็จะไม่อึดอัด แถมยังสบายตัวคล้ายนวดกดจุด
• ถ้ากลัวผีในลิฟท์ ให้ยกของหนักๆไปด้วย ผีจะตามมาด้วยไม่ได้เพราะน้ำหนักจะเกิน
• ถ้าถ่ายรูปแล้วติดผี ให้นำหน้าผีไปตัดต่อกับภาพโป๊ ผีจะอายไม่กล้ามาหลอกอีก
• ถ้าคุณเริ่มเอะใจว่าผู้หญิงที่โบกรถมากับคุณจะเป็นผีหรือเปล่า ให้เรียกเก็บค่าโดยสารก่อนที่เธอจะหายไป
• ถ้าคุณเห็นภาพผู้หญิงอยู่บนกระจกรถ แวะเข้าปั๊ม แล้วเรียกเด็กมาเช็ดกระจก
• ถ้าอยู่ดีๆคุณเห็นคนนั่งมาตรงเบาะหลังบนกระจกมองหลัง ถามไปว่า"สรุปไปพัฒพงษ์"ใช่ไหมครับ?
• ถ้าคุณพบผีเปรตในวันฝนฟ้าคะนอง ให้ก้มตัวต่ำ ฟ้าจะผ่าโดนผีก่อน

ถ้าคุณทำตามนี้ได้หมดผีจะไม่มาหลอกคุณเลย
เพราะเชื่อได้เลยว่าคุณบ้ากว่าผีอีก!!!
 
โฮ่ๆๆ  ชอบๆ
อ้างอิงจาก
ท้ายสุดนี้ ขออวยพรให้ทุกคน โชคดีในการสอบมิดเทอมนะจ๊ะ
สำหรับวันนี้
บ๊าย บี~
June 09

เรื่องของซัมซุง

ทำไมทุกคน ถึงขยันอัพเสปซ กันจังนะ...

เราไม่เห็นจะมีอะไรจะเขียนเลย !!

แต่เรามีเรื่อง อยากเล่าให้ฟัง

มันไม่ใช่เรื่องของเราหรอก

และมันก็ไม่ได้จะเกี่ยวข้องกับชีวิตของเรานัก

แต่ว่ามันเกี่ยวข้องกับชีวิตน้อยๆ สี่ขา

เจ้าหนู ที่ชื่อซัมซุง

กับชะตากรรมของมัน ที่ยังมืดมน

------------

ซัมซุง เป็นนลูกสุนับ สีน้ำตาล

หน้าคมสัน ตากลมโต หูพับ เป้นเอกลักษณ์

เรื่องขอมัน เริ่มต้นขึ้น ในคืนที่ฝนตกและอาหาศหนาวเย็น

(ข้อความด้านล่างนำมาจาก กระทู้ของคุณใบมอส จากบอร์ดพันทิป )

-

แม่ของซัมซุง ใช้ชีวิตจรจัดอยู่อย่างลำบากกลางสังคมเมืองที่ศิวิไลซ์

บ้านของเธอ เป็นเพียงซอกหลืบเล็กที่อยู่ใต้ตึกสูงตระการ

หลังจากเธอคลอดลูกน้อยได้ไม่ถึงสามอาทิตย์ ก็ถูกชายฉกรรจ์หลายคน รุมทำร้าย
ด้วยความที่ห่วงลูก เธอจึงใช้วิธีวิ่งวน และไม่ยอมผละหนีไปไหนไกล แม้จะเจ็บหนัก
สุดท้าย เธอเองต้องจนมุม...

... เลือดสีแดงไหลออกจากร่าง เช่นเดียวกับดวงวิญญาณ
สายฝนกำลังทำงานอย่างหนัก เพื่อชะล้างคราบเลือด
แต่ก็ยังทิ้งไว้ซึ่งร่องรอยความโหดร้ายของมนุษย์ และ ชีวิตเล็กๆ ที่อยู่ข้างหลัง
จากเหตุการณ์ครั้งนั้น มีลูกน้อยเพียงหนึ่งเดียวที่รอด เด็กผู้ชาย ตัวกลม ขนสีน้ำตาล
ระหว่างทางไปโรงพยาบาล เด็กผู้ชายที่ป่วยหนักอยู่บนตัก ร้องไห้โยเย
เราได้แต่เห่กล่อมตามประสา เราบอกว่า “ไม่ต้องกลัวนะลูก”
เค้าหยีตามองเราเล็กๆ และยอมสงบโดยดี ก่อนผล็อยหลับอย่างสุขใจ

ทุกวันคือการฟูมฟัก ดูแล จนถึงวันที่ซัมซุงแข็งแรงพอ
เราจึงนำเค้าขึ้นประกาศหาบ้านในมหกรรมล็อตที่ 6 เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2549

(เป็นกิจกรรมที่ทางห้องจตุจักรจัดขึ้นเพื่อหาบ้านให้เหล่าน้องหมาน้องแมวที่ไม่มีที่อยู่ค่ะ)
พี่-เพื่อน-น้อง ห้องพันทิป ตามมาให้กำลังใจ ให้ความห่วงใย
โดยเฉพาะ น้องซัมซุง เด็กชายวัยสองเดือนกว่า กลายเป็นขวัญใจใครหลายคนในพริบตา มีหลายๆ ท่านติดต่อขอ น้องซัมซุง และเราก็ได้คัดเลือก

คุณสราญจิต กลิ่นบัว ล็อกอิน nongnoopoo เป็นคุณแม่คนใหม่

1 พฤศจิกายน 2549 หลังเลิกงาน เรารีบจับซัมซุงอาบน้ำ และสวมเสื้อที่ทำให้เค้าดูหล่อน่ารักที่สุด

 ตลอดจนตระเตรียมของใช้หลายชิ้น ของเล่น ขนมที่เค้าชอบ เพื่อเป็นของขวัญติดตัว

ตอนที่ไปส่ง ... เค้าดูร่าเริง และพูดคุยกับเราตลอดทาง เราเองก็พลอยมีความสุข

ที่เค้ามีวันนี้ ไม่ต่างจากทุกครั้ง พันธะสัญญาระหว่างเรา กับผู้ที่จะมาเป็นคุณแม่คนใหม่
คือ ขอให้รัก และเมตตาเค้ามากๆ และต้องทำหมัน มีอะไรปรึกษาช่วยเหลือกันได้ตลอดเวลา
แต่หากวันใดมีปัญหา ไม่สามารถเลี้ยงดูได้ ขอให้คืนกับเรา อย่าส่งต่อให้ใคร
เพราะคุณ คือคนที่เราเลือก และเชื่อมั่น เราถึงฝากชีวิตน้อยๆนี้ไว้
คุณสราญจิต ตกปากรับคำหนักแน่น ว่า จะรักจะเลี้ยงดูเป็นอย่างดี

ก่อนจากลา ซัมซุงเดินเตาะแตะเข้ามาหา เราหอมแก้มเค้าเบาๆ กับประโยคเดิม ๆ
“เป็นเด็กดีนะลูก”
และนั่นคือประโยคสุดท้าย..

 

เราได้ติดต่อพูดคุยกับคุณจิต บ่อยครั้ง
และทุกครั้งเรารู้ตัว เรากำลังยิ้มกับโทรศัพท์ เมื่อรู้ข่าว ซัมซุง สบายดี
เราบอกกับคุณจิต ว่า “ไว้เราจะไปเยี่ยมซัมซุงนะ”

มาช่วงหลังๆ ไม่รู้เพราะอะไร รู้สึกคิดถึงและห่วงซัมซุงอย่างบอกไม่ถูก

จึงได้พยายามติดต่อคุณจิต แต่คุณจิตไม่รับโทรศัพท์ ทั้งโทรศัพท์บ้านและมือถือ
ฝากข้อความก็ไม่มีการตอบกลับ ติดต่อทางหลังไมค์ก็เงียบไป
จนเราหวั่นวิตก และสัมผัสได้ถึงความกลัวที่ซ่อนอยู่
ก่อนหน้าสักระยะ
โทรไปที่บ้านคุณจิต เราดีใจมากที่มีคนรับ
เพราะที่ผ่านๆมาจะไม่มีคนรับ
มีแค่ครั้งเดียว ที่ผู้หญิงสูงวัยรับ แต่กลับบอกว่า บ้านนี้ไม่มีคนชื่อจิต (ทั้งที่ โทรไม่ผิดที่)

............................................................

วันที่ 21 เมษายน 2550

ติดต่อไปอีก คราวนี้ผู้ชายรับสาย

เราถามผู้ชายคนนั้น (ซึ่งน่าจะเป็นสามีของคุณจิต) เค้าบอกว่าคุณจิตไม่อยู่
ถามถึงน้องลัคกี้ (ในที่นี้ หมายถึง ชื่อใหม่น้องซัมซุง )
เค้าย้อนถาม “ลัคกี้ไหน?”

พอได้ยิน เรารู้สึกปั่นป่วน เราพูดต่อว่า “ก็น้องม๋าที่คุณจิตขอมาน่ะค่ะ”
คำตอบคือ “จิตเค้ายกให้น้อง ที่อยู่เมืองทองไปแล้ว”
เราฝากเบอร์โทรไว้ และฝากบอกให้คุณจิตติดต่อกลับมา


ตลอดทั้งวัน ไม่มีสายจากคุณจิตเลย
สามทุ่ม จึงโทรไปใหม่ ผู้ชายคนเดิมรับสาย
คุณจิตไม่อยู่ เราเลยถามว่า “คุณจิตให้น้องม๋าไปตั้งแต่เมื่อไหร่”
เค้าบอก “ผมก็ไม่รู้ แต่จะให้จิตโทรกลับคุณเอง”

คืนนั้น.... เราไม่ได้นอนเลย

...............................................................................
22 เมษายน 2550

..................................................................


เราไปหาคุณจิต ที่ทาวเฮ้าส์หลังนั้น
คุณจิตออกมาด้วยท่าทางที่แปลกไป
เราบอกว่า “เรามาเยี่ยมน้องซัมซุง ทั้งที่รู้ว่าซัมซุงไม่ได้อยู่ที่นี่
แต่เรามาเพื่อขอไปเยี่ยมน้องซัมซุง และพาไปตรวจสุขภาพ พร้อมทำหมันให้”
เค้าบอก “ไม่เป็นไร แถวนั้นมีคลินิก ไม่ต้องห่วง”



คุณจิตบอก ยกซัมซุงให้น้องไป (น้องอยู่ที่ไหน? เค้าตอบอยู่แจ้งวัฒนะ)
กับคำถามที่ว่าน้อง ชื่ออะไร “เค้าชื่อส้ม ชื่อจริงจำไม่ได้”
เราเลยถามกลับที่ว่า “ทำไมถึงจำชื่อน้องไม่ได้”
เค้าบอกว่า “เอ่อ เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกัน”
พอขอเบอร์โทร เค้าก็บอกว่า “ซิมเสีย โทรศัพท์หาย ติดต่อใครไม่ได้เลย”
เราบอกว่า “งั้นขอแผนที่ เพื่อจะไปเยี่ยม”
..... เค้าอึกอัก จนน่าอึดอัด
เลยตัดสินใจพูด “คุณจิตไม่ห่วง แต่เราห่วง” เค้าเรียกลูกชายหยิบกระดาษให้ และวาดแผนที่ลวกๆ
...มือเค้าสั่น จนผิดสังเกต...


บนแผนที่นั้นไม่มีเลขที่บ้าน ไม่มีรายละเอียดใดๆมากนัก
เราถามถึงชื่อหมู่บ้าน และบ้านเลขที่ เค้าก็บุ้ยใบ้บอกเลขที่ประมาณนี้ๆ ชื่อหมู่บ้านจำไม่ได้
เค้าบอกมีหลังเดียวที่มีรั้วสีน้ำตาล

เราถามว่า “ทำไมถึงให้ซัมซุงกับคนอื่นไ ป”
เค้าบอกว่า “ได้งานทำ เลยไม่มีเวลา ให้ไปประมาณเดือนนึงแล้ว”
เราเริ่มเสียงเข้ม “ทำไมถึงไม่คืนกับเรา ทั้งที่บอกไว้แล้ว”
เค้าบอกว่า “เห็นเราอยู่ไกล”
เราย้ำ “คุณจิตเอาน้องซัมซุงไปทิ้งไหน ขอให้บอก เราจะไปช่วยเค้า”
เค้าบอก “ไม่ได้เอาไปทิ้ง ให้คนชื่อส้มจริงๆ”


ประโยคต่างๆที่รับรู้ เราเจ็บปวดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามเข็มนาฬิกาที่เดินไป
ในขณะที่ ท่าทางของคุณจิต ดูมีพิรุธ ล่อกแล่ก ไม่ยอมสบสายตา

เราได้ขอให้คุณจิตไปหาคุณส้มกับเรา แต่โดนปฎิเสธ
และดักคอว่า “ถ้าเราไปอาจจะฟาวล์ เพราะบ้านนั้นเค้าชอบไปโคราช ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์”
เราบอกไม่เป็นไร ถ้าซัมซุงอยู่ ก็คงไม่ได้ไปไหน
เค้าบอก “บางทีเค้าก็อาจจะซัมซุงไปเที่ยวด้วย”

เราบอก “ไม่เป็นไร ถ้าไปไม่เจอ จะกลับมาใหม่ รั้วบ้านถูกปิดไป...

เราเริ่มร้องไห้ และขับรถไปหาป้าตุ้ย amornsri
ป้าตุ้ยรู้เรื่อง ก็รีบขันอาสาไปเป็นเพื่อน เพื่อช่วยตามหาน้องซัมซุง...

เจอบ้านตามที่ระบุไว้ในแผนที่
แต่มันเป็นบ้านร้าง ที่ประกาศขาย ผ่านศูนย์กลางฝากขายบ้าน ERA HOUSE
บ้านเลขที่ 3/99 หมู่บ้านโพธิ์แก้ว ริมคลองประปา แจ้งวัฒนะ

เราและป้าตุ้ยช่วยกันสอบถามเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกับหลังนี้
ก็ได้คำตอบว่า คนชื่อส้ม ย้ายไปได้สองปีแล้ว น่าจะไปอยู่เมืองทองธานี

บ้านที่อยู่ด้านข้างอีกหลัง ก็บอกว่าย้ายไปนานหลายปี

ไม่มีใครมีรู้ชื่อนามสกุลจริง หรือเบอร์ของคนชื่อส้ม

...................วันนั้นอากาศร้อนมาก แต่มือของเรากลับเยียบเย็น.......
เราย้อนกลับมายังบ้านคุณจิต

คุณจิตเห็นรถเรา (เค้ารีบปั่นจักรยาน ออกจากบ้าน)
เราและป้าตุ้ย ได้สอบถามละแวกร้านอาหาร ใกล้เคียง
เค้าบอกว่า “ไม่เคยเห็นเค้าเลี้ยงม๋าเลย”

........................................................

เราเดินดิ่งไปยังบ้านที่ติดกับบ้านคุณจิต

ถามน้องผู้หญิงคนนึง เค้าบอกว่า “นู๋มาทำงานบ้านที่นี่ 5 เดือนแล้ว ไม่เคยเห็นเค้าเลี้ยงนะคะ”

(บ้านหลังนี้ เมื่อครั้งส่งน้องซัมซุง คุณจิตได้ชี้น้องม๋าบ้านนี้ให้ดู พร้อมกับบอกว่าสงสารม๋าตัวนี้มาก ดูสิ เจ้าของบ้านไม่ใส่ใจมันเลย ไม่รู้ทำอย่างงี้ได้ยังไง .... )
น้องม๋ามีสายพันธุ์ตัวอ้วนกลม ตัวที่ว่า วันนี้ยังคงนอนมอมแมมในรั้วบ้าน เหมือนเดิม

ในขณะที่ซัมซุง ของคุณจิต ไปอยู่ไหนไม่รู้…
เราเดินถัดไปบ้านคุณจิต ได้พบคุณแม่

สรุปคือ “เคยเห็น แต่ไม่เห็นนานแล้ว ชั้นไม่รู้เรื่อง”
เราฉุกคิด จึงถามต่อ “คุณจิตเอาไปน้องที่อยู่เมืองทองรึเปล่า”
คำตอบ “โอ๊ย เลี้ยงไม่ได้หรอก มันอยู่คอนโด”

เสียงมือถือเกิดดังขัดจังหวะ เป็นเบอร์ที่ขึ้นด้วยศูนย์สอง
เสียงตามสายจากคุณจิต สั่งให้เราไปพบเค้าที่ท้ายซอย
เราบอก “นี่เราอยู่ตรงหน้าบ้านคุณ ทำไมต้องเจอที่ท้ายซอย”
“ไม่อยากมีปัญหากับแฟน”

..............................................................................

พอไปท้ายซอย ก็พบคุณจิต รออยู่
เราและป้าตุ้ย พยายามช่วยกันพูด เพื่อให้เค้าบอกความจริง
ป้าตุ้ย “อย่าโกหกเลย มีอะไรให้พูดความจริง จะได้ไปตามหาช่วยเหลือน้องเค้าถูก เอาไปทิ้งไหนก็บอกมา”
คุณจิต “ไม่ได้เอาไปทิ้งไหน ให้บ้านหลังนั้นจริงๆ”
ป้าตุ้ย “ก็เราไปกันมาเนี่ย บ้านหลังนั้นน่ะ เค้าประกาศขาย ถามใครก็บอกประกาศขายมาหลายปีแล้ว ทำไมทำกันอย่างนี้
บอกมาเลย เอาไปไว้ที่ไหน”
คุณจิต “ให้คนชื่อส้มไปจริงๆ ก็เอาไปส่งที่บ้านหลังนั้น”
ป้าตุ้ย “งั้นเอาเบอร์มา”
คุณจิต “เบอร์มันอยู่ในซิม ๆ เสีย แต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวจะให้ที่ดีแทคคัดลอกเบอร์ให้ แล้วจะรีบโทรไปบอกคุณติ๋มพรุ่งนี้ 6 โมงเช้า
หรือไม่ก็เย็นนี้เลย”
ป้าตุ้ย “ส้มชื่อจริงว่าอะไร”
คุณจิต “วรินทร์ทอง แก่นจันทร์” (ก่อนหน้า บอกกับเราว่าไม่รู้ชื่อจริง)
ป้าตุ้ย “ ให้ไปเมื่อไหร่”
คุณจิต “สามเดือนแล้ว” (ก่อนหน้า บอกให้ไปเดือนนึง)
ป้าตุ้ย “ทำไมถึงไม่เลี้ยงเค้า”
คุณจิต “แฟนไม่ให้เลี้ยง” (ก่อนหน้า บอกได้งานทำ)

ระหว่างที่ป้าตุ้ยซักถาม ดูคุณจิตหวาดหวั่น คอยเอามือบิดหมวกไปมา นิ้วเท้าดูจิกเกร็ง

เราฝืนยิ้ม ก่อนบอกว่า “ขอนะคะ ขอให้บอกกับเรา ช่วยน้องซัมซุงด้วย”


..............................................................


กลับมาถึงห้อง เราเดินไปนอกระเบียง มองฝ่าความมืด

เราเห็นแม่และลูกซัมซุงนั่งร้องไห้อยู่ในความมืดนั้น เราเฝ้ารอโทรศัพท์จากคุณจิตอย่างจดจ่อ
แต่ก็แค่รอ ไม่มีการติดต่อเช่นเดิม
เราโทรเข้าบ้านคุณจิต ก็ไม่มีใครรับ มือถือ ก็เพียงให้ฝากข้อความ

เราได้เสาะหาเบอร์โทรศัพท์ ผู้ที่เป็นเจ้าของบ้านที่ประกาศขาย จาก ERA HOUSE
จนรู้ว่า เค้าชื่อคุณก้อย พัชรี

เราเล่าเรื่องให้ฟัง คุณก้อยบอกเค้าคือเจ้าของบ้าน ซื้อต่อมาจากคุณส้ม ได้ 2 ปีแล้ว ก่อนจะฝากขายบ้านผ่านโบรกเกอร์

ถามถึงชื่อนามสกุลจริงและเบอร์โทรของคุณส้ม
คุณก้อยบอกจำไม่ได้จริงๆค่ะ

.

.

.

เราจะไปหาคุณจิตอีก ในเร็ววันนี้
และอยากจะน้อมขอความเมตตาจากทุกท่าน ได้โปรดช่วยน้องซัมซุงด้วยนะคะ

หากผู้ใดพบเห็น เด็กชายมีลักษณะตามรูป อายุตอนนี้ ประมาณ 8 เดือน
ติดต่อ ใบมอส 081-7070877

หรือท่านใดมีทางออก โปรดช่วยแนะนำ
สำหรับผู้ที่ทำให้เราได้พบซัมซุง เรามีเงินรางวัลมอบให้ เพื่อตอบแทนความเมตตาค่ะ
ถึงแม้ขณะนี้เรากำลังอ่อนแอ แต่ยังคงเข้มแข็งที่จะพยายามตามหา ซัมซุง ต่อไป

---------

เรื่องราวของการเสาะหาซัมซุง ยังไม่จบเพียงเท่านี้

หากแต่ หัวใจที่แหลกสลายของคุณใบมอส ที่ มีเจตนาเพียง

ต้องการทราบว่าซัมซุงอยู่ไหน

กลับถูก ฟ้อง ข้อหาหมิ่นประมาท
และถูกดำเนินดคี
เป็นที่เดือดเนื้อ ร้อนใจ และ ยอมรับไม่ได้ ของเหล่า ผุ้ที่เห็น คุณ ค่า ความสำคัญของหนึ่งชีวิต
ชีวิตเล็กๆ
ที่เคยฟูมฟักมากับสองมือ
 
หนึ่งชีวิต ที่ไร้ความผิด แต่ ก็ไร้ซึ่งสิทธิเสียง จะต่อต้านใดๆ
 
 '' คืนนี้ ท้องฟ้าสีหม่น... พระจันทร์ดูไม่สดใส
เราอยากบอกซังซุง “ไม่ต้องกลัวนะลูก”  ''
 
สิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นแค่ ลูกสุนัข มันก็มีค่ามหาศาลสำหรับคนที่รัก มัน
 

 
 
ตอนนี้ เรื่องราวใหญ่โต และ วุ่นวาย
 
เป้นที่ สับสนและ ไม่เข้าใจ ว่าทำไมถึงได้บานปลายขนาดนี้
 
คุณใบมอสเพียงแต่ รัก และ ต้แงการทราบว่า  ซัมซุง อยู่ที่ไหน
ต่อให้จะไม่อยู่ในดลกนี้แล้ว
อย่างน้อยก้ให้เธอได้ทราบ
ว่าถูกฝังที่ไหน หรือเป้นตายร้ายดียังไง
 
ให้เธอได้ลา
ชีวิตเล็กๆ ตากลมโต ที่เธอเคยอุ้มป้อนนมมากับสองมือ ทีเถอะค่ะ
 
อ้างอิง
 
จากบอร์ด พันทิป Fwd Mail และ A-Final
 
 
เมื่อคืน นั่งอ่านไป น้ำตาไหลพรากไป
เราไม่ได้รักหมาขนาดลูก
แต่เราก็เคยมีหมา
และก็รักมัน
อ่านแล้วขอบอกว่าสลดใจมาก
ว่าทำไม มนุษย์เรา ถึง ประสาท !!! ได้ขนาดนี้
ถ้าทำผิด ก็แค่ขอโทษ
บอกมาว่าซัมซุง หนีไปแล้ว ขายไปแล้ว ป่วย  ตาย หรือ ยังไงก้บอกมา
แล้วก็ขอโทษ ที่รักษาสัญญา ว่าจะดูแล ไ ม่ได้
ไม่ใช่มาเปลี่ยนเรื่อง โยเยไปมา
 
มนุษย์หนอมนุย์
ช่างโหดร้ายจริงๆ

 

May 12

..รองเท้าที่สมบูรณ์แบบ..

 

 

เรื่องนี้แต่งไว้สักพักนึงแล้ว.... เอามาให้อ่านกันเล่นๆนะ..

 

''..รองเท้า ที่สมบูรณ์แบบ..''

 

กาลครั้งหนึ่ง
ในเมืองใหญ่ที่สับสนและวุ่นวาย
มีผู้คนพลุกพล่านและแน่นขนัด
ยังมีผู้หญิงคนหนึ่ง กับรองเท้าคู่โปรดของเธอ
รองเท้าคู่นี้
เป็นรองเท้าที่ดีที่สุดในโลกสำหรับเธอ
มันไม่ได้มีราคาสูงมากมาย หรือรูปทรงโดดเด่น
แต่มันคือความพอดี และความลงตัว
เธอสวมรองเท้าคู่นี้เดินท่องไปในโลกใบใหญ่ทุกวัน
เธอสวมมันอย่างภาคภูมิ และแสนจะมีความสุข
มันคือรองเท้าที่ฟ้าสร้างมาเพื่อเธอ
.
หรืออย่างน้อยเธอก็เชื่อเช่นนั้น
.........
และแล้ววันหนึ่ง
รองเท้าคู่โปรดของเธอ
ก็หายไปหนึ่งข้าง

.

.


รองเท้าที่เธอคุ้นแคยและแสนรัก
ตอนนี้เหลือไว้เพียงความคิดคำนึงและ ใจหาย

เธอเสียใจมาก.... แต่ก็ทำอะไรไม่ได้.

.
กาลเวลาล่วงเลย
เธอลองรองเท้าคู่อื่นๆมากมาย
ไม่ว่าจะแบบไหน
หรือสีอะไร
ก็ไม่ใช่ ความพอดี ที่เธอต้องการ
.....


เธอที่กำลังสับสนและสิ้นหวัง
หยิบเอารองเท้าที่เหลือเพียงข้างเดียว
และ เดินออกไปในโลกใบกว้าง
แล้วเธอก็พบ
รองเท้าคู่หนึ่ง
ที่แม้จะไม่เหมือน
แต่ก็ใกล้เคียง
เธอตัดสินใจซื้อรองเท้าคู่นั้น
และนำมันกลับมาที่บ้าน
เธอไม่ได้สวมมันทั้งคู่ หากแต่หยิบออกมาเพียงข้างหนึ่ง
ข้างที่เธอขาดหายไป
เธอพยายามดัด
พยายามตัด.... และแก้ไข
ทั้งเสริมและ

แต่งเติม
เพื่อให้มันเหมือนกับรองเท้าคู่ที่เธอเคยรัก
หรืออย่างน้อย ให้พอทดแทนกันได้
เธอสวมมัน พร้อมกับอีกข้างที่เธอหลงเหลือ
รองเท้าสองข้าง
ที่ไม่พอดิบพอดี
แม้มันจะลำบาก และไม่ลงตัว
แต่เธอก็พยายามฝืน

เผื่อว่าความรุ้สึกดีที่เคยมีนั้นจะเหมือนเดิม
เผื่อว่าสิ่งที่เธอคาดหวังว่าตลอดจะถูกเติมเต็มอีกครั้ง
หากแต่ก็ไม่
รองเท้าที่ไม่พอดีนั้น
ทั้งกัด และก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกดีอย่างที่คิดเลย
แต่เธอก็ทน
เพราะเธอกำลังคาดหวัง

..

.

 


จนกระทั้งวันหนึ่ง
ส้นของรองเท้าจอมปลอมคู่นั้น
ก็หักลง และเสียหาย
เพราะมันถูกตัดแต่ง

เพราะมันสูญเสียตัวตน
จนเสียความมั่นคงที่จะยืนหยัดต่อไป
....

.
รองเท้าสมบูรณ์แบบข้างเดียว
ที่เธอหลงเหลือ
เธอควรจะคาดหวัง และรอคอย
ว่าเธอจะหาข้างที่หายไปพบหรือไม่
.
หรือว่าเธอควรจะเสาะหารองเท้าคุ่ใหม่
ที่อาจจะพอดี
หรืออาจจะดีกว่า
เธอมองรองเท้าแสนรักข้างเดียวของเธออย่างอาลัย
และมองรองเท้าที่หักเพราะความรั้นของตัวเธอ

เธอถอดรองเท้าทั้งสองข้างของเธอออก
แล้วมองทอดไปยังท้องฟ้าไกล

เธอยืนขึ้น ด้วยสองขาของตัวเอง
ด้วยสองเท้าของตัวเธอเอง
สัมผัสกับความอบอุ่นของผืนดิน

และเธอก็เริ่มก้าวไปข้างหน้า
ยังปลายทางในโลกกว้างไกล
กับอนาคต... ที่ไม่อาจคาดเดา

....